นับตั้งแต่ประเทศไทยได้เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคปรับตัวให้ทันสมัยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา นับได้การปฏิวัติสยามในปีพ.ศ.2475 เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุด เป็นต้นว่าศูนย์กลางอำนาจที่อยู่กับพระมหากษัตริย์มาตลอดหลายร้อยปี ได้ตกลงมาอยู่ที่ประชาชน และที่สำคัญคือสยามได้มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักปกครองประเทศครั้งแรกตามแบบอารยประเทศ นับได้ว่าสยามเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย
แต่การได้ซึ่งการปกครองใหม่นั้น มิได้มาจากความยินยอมโดยสมัครใจของรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่มาจากการใช้อำนาจเข้ายึดการปกครองจากรัฐบาลเก่ามาสู่ประชาชน ซึ่งกลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติการยึดอำนาจนั้น รู้จักกันในนามว่า “คณะราษฎร”

คณะราษฎร คือใคร?
“คณะราษฎร” ที่เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีพ.ศ. 2475 นั้น ได้เริ่มต้นจากคณะบุคคล 7 คนที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ประกอบด้วย
1.) ร.ท.ประยูร ภมรมนตรี
2.) ร.ท. แปลก ขีตตะสังคะ (ในช่วงปฏิวัติคือ พ.ต. หลวงพิบูลสงคราม)
3.) ร.ต. ทัศนัย มิตรภักดี
4.) นายตั้ว ลพานุกรม
5.) หลวงสิริราชไมตรี (จรูญ สิงหเสนี)
6.) นายแนบ พหลโยธิน
7.) นายปรีดี พนมยงค์
คณะราษฎรได้เริ่มประชุมเป็นทางการครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2470 ที่หอพักแห่งหนึ่ง ณ ประเทศฝรั่งเศส โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้นายปรีดี พนมยงค์ เป็นประธานที่ประชุมและหัวหน้าคณะราษฎรจนกว่าจะมีบุคคลที่เหมาะสมมารับตำแหน่งนี้
การประชุมได้ดำเนินไปเป็นระยะเวลา 15 วัน โดยมีสาระสำคัญที่ตกลงกันดังนี้
1.) วัตถุประสงค์ของคณะราษฎร คือ การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นประชาธิปไตย โดยกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
2.) กำหนดหลัก 6 ประการขึ้นมาครั้งแรก อันได้แก่ เอกราช ปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรีภาพ การศึกษา อาจจะเรียกได้ว่า หลัก 6 ประการนี้ คือนโยบายของคณะราษฎรที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศก็ได้
3.) การเปลี่ยนแปลงการปกครองดังกล่าวจะต้องดำเนินการอย่างฉับพลันหรือที่เรียกกันว่า “รัฐประหาร” (Coup d’etat) ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากชาติมหาอำนาจและให้สถานการณ์สงบเรียบร้อยไม่รุนแรง
4.) การคัดเลือกสมาชิกเข้าคณะราษฎร จะต้องคำนึงถึงความเสียสละเพื่อชาติอย่างแท้จริง ความกล้าหาญ ความสามารถในการรักษาความลับ
ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2470 นายปรีดี พนมยงค์ได้เดินทางกลับประเทศไทย ทางกรุงปารีสได้มีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะราษฎรเพิ่มขึ้นอีก เช่น นายทวี บุณยเกตุ นักศึกษาวิชาเกษตร นายบรรจง ศรีจรูญ ร.ต. สินธุ์ กมลนาวิน ร.น. ส่วนพระยาทรงสุรเดช ซึ่งมาดูงานทหารในฝรั่งเศสยังมิได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมคณะราษฎรในขณะนั้น ต่อมาเมื่อคณะผู้ก่อการได้กลับประเทศไทยแล้ว ได้ชวนเพื่อนนักศึกษาจากประเทศ อื่น ๆ เข้าร่วมด้วย เช่น ม.ล. อุดม สนิทวงศ์ นักศึกษาจากสวิสเซอร์แลนด์ ม.ล. กรี เดชาติวงศ์ นายสพรั่ง เทพหัสดินทร ณ อยุธยา และนายเล้ง ศรีสมวงศ์ นักศึกษาจากอังกฤษ ฯลฯ และเพื่อนสมาชิกทหารบก ทหารเรือ พลเรือน คนอื่น ๆ ในประเทศไทย จนกระทั่งปลาย พ.ศ. 2474 จึงได้ชวน พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา พ.อ. พระยาทรงสุรเดช พ.อ. พระยาฤทธิ์อาคเนย์ เข้าร่วม ด้วย และได้มอบให้ พ.อ. พระยาพหลฯ เป็นหัวหน้าคณะราษฎร
คณะราษฎรได้ลงมือทำการยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475