บทที่ 2 สาเหตุการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475

การเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ กล่าวคือ

1.) การปฏิรูปแผ่นดินในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

การปฏิรูปแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ 5 นับว่าได้นำความเจริญมาสู่ชาติอย่างมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดเงื่อนไขที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองบางประการ กล่าวคือ การปฏิรูปการศึกษามีผลทำให้ได้รับแนวคิดการ เมืองสมัยใหม่จากต่างประเทศ ผู้ที่ได้รับการศึกษาจากประเทศตะวันตกกลายเป็น ผู้นำสมัยใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ เป็นหลัก คณะราษฎรก็เป็นผลพวงมาจากการปฏิรูปการศึกษาในรัชกาลที่ 5 การปฏิรูประบบไพร่ทำให้เกิดกองทัพประจำการติดอาวุธสมัยใหม่ และกองทัพดังกล่าว ในตอนแรกก็ได้รับการฟูมฟักจากพระมหากษัตริย์เป็นอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งกับเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเมื่อครั้ง ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร และเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ก็ทรงจัดตั้งกองเสือป่า ซึ่งทหารถือว่าเป็นการแข่งขันกับกองทัพ และทหารถูกปลดออกเป็นจำนวนมากตามนโยบาย “ดุลยภาพ” ในรัชกาลที่ 7 เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ทหารไม่พอใจมากเพราะสถานภาพของตนได้รับความกระทบกระเทือน กองทัพจึงมีส่วนสำคัญในการยึดอำนาจเพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ การปฏิรูปบ้านเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงมอบหมายให้บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์รับผิดชอบหน้าที่การบริหารราชการแผ่นดิน ที่สำคัญ ๆ เป็นอันมาก เพราะในช่วงของการปฏิรูปพระองค์ทรงมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยผู้ที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยในการปฏิบัติงานสำคัญของบ้านเมือง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทรงมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้กับพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้ใกล้ชิดและมีคุณวุฒิเหมาะสมกับงานนั้น ๆ ดังเช่น กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น ดังนั้นในวงราชการแทบทุกวงการจึงมีบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งได้รับการศึกษา จากตะวันตกดำรงตำแหน่งหน้าที่อยู่ทั่วไป เมื่อเกิดปัญหาความเสื่อมโทรมทางการเมืองและเศรษฐกิจในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งไม่มีทางจะแก้ไขได้ กลุ่มผู้นำที่นิยมความเปลี่ยนแปลงจึงมองว่าเป็นความรับผิดชอบของบรรดา “เจ้านาย” ที่ดำรงตำแหน่งหน้าที่ในรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั่นเอง

นอกจากนี้ ด้วยความที่ระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่ขยายใหญ่ขึ้น แต่ฐานเศรษฐกิจของไทยยังคงเป็นแบบเดิม นั่นคือการทำเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าวอันเป็นรายได้หลักของประเทศ ดังนั้นเมื่อยามที่เกิดฝนแล้งหรือภัยธรรมชาติต่างๆ ก็ย่อมส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อฐานเศรษฐกิจแบบเดิมไม่สามารถรองรับระบบการบริหารราชการขยายตัวขึ้นได้ ก็เกิดภาวะชงักงันทุกด้าน จึงกลายเป็นปัญหาที่นำไปสู่การปฏิวัติ 2475 ในเวลาต่อมา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

3.) สื่อมวลชนที่ส่งผลต่อความคิดและจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ในสยาม

ในช่วงก่อนการปฏิวัติปี 2475 สื่อมวลชนหรือหนังสือพิมพ์นั้น ก็มีบทบาทอย่างมากเช่นกันที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติ กล่าวคือ หนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้าหลายฉบับได้ตีพิมพ์เกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย การเปลี่ยนแปลงในต่างประเทศ อาทิเช่น หนังสือพิมพ์ “สยามรีวิว” ฉบับวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2470 ได้เรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาที่จะให้รัฐบาลจัดตั้งรัฐสภาและให้ประชาชนเข้สไปมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ จนกระทั่งบรรณาธิการถูกสอบสวน หนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่”เสนอบทความเกี่ยวกับการปฏิวัติในสเปน เป็นต้น และหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้าอื่นๆ ก็มีการเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งหนังสือพิมพ์เหล่านี้ ก็ส่งผลอย่างมากต่อคนรุ่นใหม่ในสยาม กล่าวคือ หนังสือพิมพ์เหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกและความกดทับของระบบสังคมศักดินาในปัจจุบัน ทำให้คนรุ่นใหม่มีสำนึกคิดที่จะเปลี่ยนแปลง แม้ตนจะไม่เคยได้เห็นประชาธิปไตยในต่างประเทศมาก่อนเลย

4.) สภาวะการคลังสมัยรัชกาลที่ 7

ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ.2468 นั้น สถานะการคลังของประเทศอยู่ในภาวะตกต่ำ ซึ่งเป็นผลจากทั้งวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกหลังสงครามและความเสื่อมโทรมทางเศรษฐกิจของสยามเองในรัชกาลที่ 6 เป็นต้นมา กล่าวคือ งบประมาณรายจ่ายสูงกว่ารายรับแทบทุกปี นั้บตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นต้นมา ทั้งยังเกิดวิกฤติทางธรรมชาติอีก ส่งผลให้ผลิตข้าวไม่ได้ผล รายได้การส่งออกลดปริมาณ จนกระทั่งต้องไปกู้เงินจากอังกฤษมาใช้เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหานี้ก็ได้ส่งผลเรื้อรังมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงแก้ไขด้วยวิธีการต่างๆ ก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้เกิดวิกฤตการณ์การคลังของประเทศ คณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองนั้นเห็นว่า สถาบันกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์นั้นทรงใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ทำให้เกิดความทุกข์ยากแก่ประชาชน นอกจากนี้ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ได้มีการตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและการเพิ่มภาษีบางประการขึ้น ทำให้สถานการณ์จากที่แย่อยู่แล้วแย่ลงไปอีก ราษฎรมีความทุกข์ยากเป็นอย่างมาก นี่ก็คือปัจจัยสำคัญที่คณะราษฎรสามารถใช้เป็นข้ออ้างที่ชอบธรรมในการก่อการได้อย่างดี

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น