บทที่ 3 วัตถุประสงค์ การก่อการ และผลลัพธ์ของการปฏิวัติ 2475

วัตถุประสงค์ของคณะราษฎร

คณะราษฎรมีวัตถุประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย และดำเนินการเพื่อให้สยามบรรลุหลัก 6 ประการ ดังนี้

1.) รักษาความเป็นเอกราชทั้งหลายขอลประเทศให้มั่นคง

2.) จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศ

3.) จะต้องบำรุงความสุขอุดมสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ รัฐบาลใหม่จักต้องหางานและไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

4.) จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาค

5.) ราษฎรทั้งหลายมีเสรีภาพและมีอิสระ แต่ต้องไม่ขัดกับหลัก 4 ประการขั้นต้น

6.) จะต้องจัดการศึกษาเต็มที่ให้แก่ราษฎร

องค์ประกอบของคณะราษฎร


คณะราษฎรที่ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 ประกอบด้วยฝ่ายทหารและพลเรือน ในส่วนที่เป็นทหารยังคงมีการแยกออกเป็นสองสาย คือ ทหารบกและทหารเรือ โดยเฉพาะทหารบกยังคงมีการแบ่งเป็นสายทหารหนุ่มกับทหารอาวุโสอีกด้วย โดยหัวหน้าแต่ละกลุ่มมีรายชื่อดังนี้

พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร

พ.ต. หลวงพิบูลสงคราม หัวหน้าฝ่ายนายทหารหนุ่ม

น.ต. หลวงสินธุ์สงครามชัย หัวหน้าฝ่ายทหารเรือ

หลวงประดิษฐ์มนูธรรม หัวหน้าฝ่ายพลเรือน

แผนการยึดอำนาจของคณะราษฎร


เดิมคณะราษฎรวางแผนจะยึดอำนาจพระมหากษัตริย์ในวันที่ประกอบพิธี ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งมีบรรดาข้าราชการทุกระดับมาร่วมชุมนุมกันในพิธี คณะผู้ก่อการ จะได้ฉวยโอกาสจู่โจมจับตัวไว้เป็นประกัน เมื่อคณะทหารฝ่ายปฏิวัติสามารถยึดกำลัง ของฝ่ายพระมหากษัตริย์เป็นตัวประกันได้ รวมทั้งสามารถควบคุมการสื่อสารภายนอกได้ ก็จะบังคับให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญที่ร่างถวาย ต่อจากนั้นก็จะควบคุมพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้เป็นตัวประกันจนกว่าคณะราษฎร จะมั่นใจในความปลอดภัยจึงจะเลิกควบคุมพระองค์ แต่ได้มีผู้ทักท้วงว่าพิธีนี้เป็นพิธี ที่สำคัญถ้าลงมือก่อการวันนี้อาจเกิดความรุนแรงได้ง่าย เพราะข้าราชการเหล่านี้มาถวายความจงรักภักดีอยู่แล้ว จึงได้ยกเลิกไป

ข่าวการปฏิวัติได้รั่วไหลไปสู่ฝ่ายบ้านเมือง คณะราษฎรจึงได้เปลี่ยน แผนการ โดยเน้นความพยายามที่จะให้การปฏิวัติเป็นไปอย่างละมุลละม่อมที่สุด และหลีกเลี่ยงการเสียเลือดเนื้อให้มากที่สุด แผนการใหม่ได้ถูกกำหนดขึ้นด้วยการ วางแผนจับกุมผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร คือเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสียก่อน ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานไป ประทับที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน นอกจากนี้ก็จะมีการจับกุมตัวพระบรมวงศานุวงศ์ องค์อื่น ๆ รวมทั้งเสนาบดีปลัดทูลฉลองกระทรวงต่าง ๆ อีกทั้งผู้บังคับบัญชาทหารที่ สำคัญ ๆ อีกหลายคนด้วยกัน ในการเกาะกุมตัวตามแผนการนี้นั้นที่ประชุมถือหลักเป็น สำคัญว่า ต้องใช้ความสามารถอย่างมากที่สุดเพื่อเข้าทำการจับกุมเจ้าฟ้ากรมพระ นครสวรรค์วรพินิต เพราะว่าขณะนั้นเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตทรงอยู่ในฐานะ ที่สำคัญมาก ไม่เพียงเฉพาะเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนครและเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีอำนาจและอิทธิพลสูงสุดผู้หนึ่งของประเทศไทยใน ขณะนั้นด้วย การจับตัวเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตเป็นตัวประกันจะทำให้ฝ่าย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่สามารถจะต่อต้านการปฏิวัติได้ เพราะเกรงว่าเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตเป็นอันตรายนั่นเอง

การเคลื่อนไหวของรัฐบาลภายหลังได้ทราบเบาะแสของการปฏิวัติ ทำให้คณะราษฎรต้องเร่งลงมือทำงาน จึงกำหนดลงมือทำงานในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ประกอบกับวันนี้เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จ แปรพระราชฐานไปทรงพักผ่อนพระอิริยาบท ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ในการนี้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนได้โดยเสด็จไปด้วยเป็นอันมาก คงเหลือแต่ฝ่ายรัฐบาลในพระนครไม่กี่คน นับเป็นโอกาสเหมาะสำหรับคณะราษฎรจะได้ลงมือก่อการปฏิวัติเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น ในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎร จึงได้ลงมือทำงานตามแผนการเพื่อยึดอำนาจจากรัฐบาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว กำลังส่วนหนึ่งภายใต้บังคับบัญชาของพันเอกพระยาฤทธิ์อาคเนย์และกำลัง ทหารเรือซึ่งนำโดยนาวาตรี หลวงสินธุสงครามชัย น.ต. หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ น.ต. หลวงศุภชลาศัย และกำลังของรถถังทั้งหมดภายใต้การนำของ ร.อ. หลวงทัศนัยนิยมศึกก็เคลื่อนกำลังพระ หลวงทัศนัยนิยม ก็เคลื่อนกาลังพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์เข้า กพระที่นั่งอนันตสมาคม 40 เพื่อจัดตั้งเป็นกองรักษาการณ์ แล้วส่งกำลังส่วนหนึ่งไปเชิญพระบรมวงศานุวงศ์บาง พระองค์ที่ทรงมีอำนาจและคุมกำลังอยู่มากักไว้ให้ประทับอยู่ภายในพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อเป็นองค์ประกันของคณะราษฎร พ.ศ. พระประศาสน์พิทยายุทธได้รับมอบหมาย ให้เป็นผู้นำกำลังไปทูลเชิญสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตมาประทับยังพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นผลสำเร็จ

“สี่ทหารเสือคณะราษฎร” เรียงจากซ้าย พ.อ.พระยาทรงสุรเดช, พ.ท.พระประสาทพิทยายุทธ์, พ.อ.พระยาพหลพลหยุหเสนา และ พ.อ.พระยาฤทธิอัคเนย์

สําหรับทางฝ่ายพลเรียนนั้น นายควง อภัยวงศ์ นายบรรจง ศรี ศรีจรูญ ร.พ. ประยูร ภมรมนตรี (ทหารกองหนุน) นายยืน สมานนท์ นายประจวบ บุนนาค ฯลฯ ได้ออกตระเวนตัดสายโทรเลข โทรศัพท์ ทั้งในพระนครและธนบุรี ทั้งนี้เพื่อตัดการสื่อสารสัมพันธ์ทั้งหมด เพื่อป้องกันมิให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระ นครสวรรค์วรพินิตและผู้บังคับบัญชาทหาร ในขณะนั้นใช้โทรศัพท์ โทรเลย สั่งการติดต่อ กับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหินได้ ส่วนนายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นมันสมองของคณะราษฎรเป็นผู้เตรียมจัด ใบปลิวและคำแถลงการณ์ของคณะราษฎรที่จะแจกและแถลงการณ์ในวันนั้น

ในที่สุดแผนการยึดอำนาจของคณะราษฎรได้สำเร็จลงด้วยความเรียบร้อย สมเด็จกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้ทรงลงนามในประกาศคณะราษฎรได้นำมาถวาย มีข้อความตอนหนึ่งว่า “..ด้วยตามที่คณะราษฎรได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินไว้ได้ โดยมีความประสงค์ข้อใหญ่ที่จะให้ประเทศสยามได้มีรัฐธรรมนูญการปกครองแผ่นดินนั้น ข้าพเจ้าขอให้ทหารข้าราชการและราษฎรทั้งหลายจงช่วยกันรักษาความสงบ อย่าให้ เสียเลือดเนื้อของคนไทยด้วยกันโดยไม่จำเป็นเลย.. แถลงการณ์ฉบับดังกล่าว ย่อมเป็นผลดีต่อคณะราษฎรและต่อประเทศชาติ เพราะคณะราษฎร จะได้ปลอดภัยจาก ฝ่ายต่อต้าน ขณะเดียวกันประเทศชาติจะกลับคืนสู่ความสงบโดยเร็วด้วย ภายหลัง จาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงยืนยันรับรองการปฏิวัติครั้งนี้มายัง ผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารคือ พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนาด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ได้กล่าวถึงความสำเร็จของคณะราษฎรในครั้งนี้ว่า

“..นอกจากข้อที่ว่าพวกคณะก่อการว่องไวอย่างยิ่งแล้ว อีกข้อหนึ่งเป็นเพราะทาง ฝ่ายรัฐบาลของพระเจ้าอยู่หัวเคร่งครัดที่จะปฏิบัติตามกฎหมายด้วย..”

นับว่าเป็นความจริงอยู่มาก เพราะถ้าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิเสธ ที่จะยอมรับการปฏิวัติและทรงสั่งให้กำลังทหารของรัฐบาลที่ยังจงรักภั งจงรักภัก ต พระองค ตอบโต้คณะราษฎร แผนการปฏิวัติอาจไม่บรรลุผลอย่างง่ายดายก็ได้

ภายหลังการยึดอำนาจและจับกุมบุคคลสำคัญฝ่ายรัฐบาลไว้ได้โดย เรียบร้อยแล้ว คณะราษฎรได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุผลที่ต้องเขายึดอำนาจการปกครอง ในแถลงการณ์ตอนหนึ่งคณะราษฎรได้กล่าวหารัฐบาลของพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นให้กลับคืนสู่สภาวะ ปรกติได้ ทำให้คณะราษฎรต้องทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่และได้แถลงถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎรดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น หลังจากนั้น คณะราษฎรได้มีหนังสือกราบบังคมทูลอัญเชิญพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับคืนสู่พระนครและทรงดำรงฐานะเป็น พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป ดังคำกราบบังคม ทูลของคณะราษฎรตอนหนึ่งซึ่งกล่าวว่า

“..คณะราษฎรไม่พึงประสงค์จะแย่งชิงราชสมบัติแต่อย่างใด ความประสงค์อันยิ่งใหญ่ก็เพื่อที่จะมีธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จึงขอเชิญใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทกลับคืนสู่พระนครและทรงเป็นกษัตริย์ต่อไป โดยอยู่ใต้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน…”

โดยความเป็นจริงแล้ว ถ้าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรง ปฏิเสธและทรงใช้พระราชอำนาจที่มีอยู่สั่งการปราบปรามคณะราษฎรในข้อหากบฏ ก็คงจะทรงทำได้ เพราะทหารในส่วนหัวเมืองที่ยังคงจงรักภักดีต่อพระองค์ก็ยังคงมี อยู่ไม่น้อย แต่เนื่องจากพระองค์เองก็ทรงมีพระราชดำริที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญ ให้กับปวงชนชาวไทยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอภิรัฐ รัฐมนตรีสภาทัดทานอยู่ พระองค์จึงต้องทรงระงับความตั้งพระทัยเอาไว้ก่อนเพื่อรอให้ถึงโอกาสอันสมควร แต่เมื่อคณะราษฎร ได้ชิงลงมือก่อการปฏิวัติก่อนก็สอดคล้องกับพระราชดำริของพระองค์ พระองค์จึงมิได้ ทรงขัดขวางและยังทรงมีน้ำพระทัยที่จะเกื้อกูลคณะราษฎรอีกด้วย ดังจะเห็นได้จาก นคร ตอนหนึ่งกล่าวว่า

“..ความจริง พระราชหัตถเลขาที่มีมายังผู้รักษาการพระนคร ตอนหนึ่งกล่าวว่า ข้าพเจ้าคิดอยู่แล้วที่จะเปลี่ยนแปลงทำนองนี้ คือมีพระเจ้าแผ่นดินปกครองตามพระ ธรรมนูญ จึงยอมรับที่จะช่วยเป็นตัวเชิด เพื่อให้คุมโครงการตั้งรัฐบาลให้เป็นรูป ตามวิธีเปลี่ยนแปลงตั้งพระธรรมนูญโดยสะดวก เพราะถ้าข้าพเจ้าจะไม่ยอมรับเป็นตัวเชิด นานาประเทศคงจะไม่ยอมรับรัฐบาลใหม่นี้ ซึ่งจะเป็นความลำบากยิ่งขึ้นหลายประการ..”

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ดูจะไม่ใช่ข้อที่คณะราษฎรจะวิตก เพราะถ้าหากพระองค์ไม่ทรงยอมรับเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้ รัฐธรรมนูญ คณะราษฎร ก็อาจสถาปนาพระราชวงศ์ที่อยู่ในสายสืบสันตติวงศ์ขึ้นเป็น พระมหากษัตริย์แทนก็ได้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ก็ทรงเชื่อว่า ถ้าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะมิได้ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินต่อไป มหาอำนาจก็คงจะรับรองรัฐบาลคณะราษฎรใน พ.ศ. 2475 เช่นเดียวกัน

จอมพล จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น