บทที่ 5 วิวัฒนาการระบอบคณะราษฎรในช่วงกลางถึงปลาย 2477-2490

ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 16 ธันวาคม 2481 โดยหลวงพิบูลสงครามเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และมหาดไทย และหลวงประดิษฐ์มนูธรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง ส่วนหลวงโกวิท อภัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงธรรมการ หลังจาก นั้นไม่นาน กล่าวคือ ในวันที่ 29 มกราคม 2481 รัฐบาลได้เข้าทำการจับกุมบุคคลกลุ่มนั้น มีทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ พลเรือน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 อยู่ด้วย โดยกล่าวว่าบุคคลคณะนี้กำลังก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ และจะให้ มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลด้วยการใช้กำลังบังคับ ถือว่าได้กระทำผิดฐานกบฏ

ต่อมาในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2481 รัฐบาลได้เสนอร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลพิเศษหรือพิจารณาพิพากษาคดีกบฏครั้ง นี้ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้

ในวันที่ 15 สิงหาคม 2483 ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลจากที่กำหนดจะให้มี ส.ส. ประเภท 1 แต่อย่างเดียว หลังจากมีรัฐธรรมนูญ 10 ปี โดยยึดเป็น 20 ปี และสภาลงมติรับหลักการ ประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อ 19 ก.ย. 2463 เป็นอันว่า ประชาธิปไตยก็ไม่สมบูรณ์ต่อไปอีก

การสิ้นสุดอำนาจของจอมพล ป. พิบูลสงคราม

จอมพล ป. ได้กราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2487 ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาไม่อนุมัติ พ.ร.ก. ถึงสองฉบับ อันเป็นผลให้ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทรงลาออกจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนั้นคณะผู้สำเร็จฯ ก็เลยเหลืออยู่เพียงคนเดียว คือนายปรีดี พนมยงค์ ดังนั้นในวันที่ 1 ส.ค. 87 สภาก็ลงมติให้นายปรีดี เป็นผู้สำเร็จ ราชการเพียงคนเดียว และในวันเดียวกันนี้เอง ที่ประชุมสภาก็สนองพระราชโองการ ประกาศตั้งนายควง อภัยวงศ์ รองประธานสภา ให้เป็นนายกรัฐมนตรี

นายควง อภัยวงศ์ ปราศรัยเมื่อปี พ.ศ.2490

เหตุการณ์สำคัญในการเมืองไทย 2487-2490

หลังจากได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายควงแต่งตั้งให้จอมพล ป. เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 87 และยุบเลิกตำแหน่ง ผบ.ทหารสูงสุด และรองโดยตั้งแม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพใหญ่แทน

16 ส.ค. ผู้สำเร็จราชการประกาศสันติภาพ โดยถือว่าการประกาศสงคราม ของไทยต่อสหรัฐและอังกฤษเป็นโมฆะและเราก็พร้อมที่จะคืนดินแดนให้กับอังกฤษไป 20 ส.ค. 58 นายควง อภัยวงศ์ กราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

22 ส.ค. 58 ผู้สำเร็จราชการ (นายปรีดีฯ) ได้เชิญประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปพบ ณ ทำเนียบท่าช้างวังหน้า แจ้งให้ทราบว่านายกรัฐมนตรีได้ลาออกตามเหตุผลที่กล่าว และชี้แจงให้ทราบว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ที่สมควรจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเจรจากับพันธมิตร ควรจะเป็น ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าเสรีไทยนอกประเทศ แต่ โดยเหตุที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ยังไม่เดินทางเข้ามาในประเทศ เพราะยังมีภาระที่จะ ต้องติดต่อกับฝ่ายพันธมิตร จึงควรให้ นายทวี บุณยเกต เป็นนายกรัฐมนตรีไปพลางก่อน

17 ก.ย. 88 นายทวี บุญเกตุ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

17 ก.ย. 88 แต่งตั้ง ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี

ในสมัยที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นั่นเอง ปรากฏว่า ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพระนคร ตอนถนนเยาวราชและบริเวณสำเพ็ง ได้ก่อความไม่ สงบขึ้น รัฐบาลจึงเข้าดำเนินการระงับเหตุ และได้ทำเรื่องแถลงต่อสภา เมื่อ 22 ก.ย. 2489 พอสรุปเป็นสาเหตุที่เกิดกรณีดังกล่าวได้ 3 ประการ

1.ชาวจีนมีความแค้นมานาน โดยสมัยรัฐบาลนายควงและจอมพล ป. ติเตียนคนจีนอย่างรุนแรง

2.ชาวจีนเข้าใจผิดคิดว่ารัฐบาลห้ามมิให้ชักธงชาติ ให้ชักธงชาติจีนขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะ รัฐบาลเพียงแต่ขอร้องให้ชักธงชาติไทยด้วย แต่ชาวจีนไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย

3.พวกอาชญากรยุแหย่ (สันนิษฐาน)

5 ธ.ค. 88 พระเจ้าอยู่หัว นันทมหิดล เสด็จนิวัติประเทศไทย

8 ธ.ค. 88 โปรดเกล้ายกย่องนายปรีดีไว้ในฐานะรัฐบุรุษอาวุโส และมีหน้าที่รับปรึกษาราชการแผ่นดิน

1 ม.ค. 89 รัฐบาลประการแถลงการณ์ ยกเลิกสถานการณ์สงครามระหว่างไทยกับอังกฤษ และตกลงทำสัญญาสมบูรณ์แบบกับอังกฤษ เมื่อ 1 ม.ค. 2489 (กับออสเตรเลีย เมื่อ 2 มี.ค. 89)

24 มี.ค. 89 นายปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรี

8 มิ.ย. 89 ร.8 สวรรคต พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อ

23 ส.ค. 89 รัฐสภาเลือก พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

8 พ.ย. 90 เกิดการรัฐประหาร และวันต่อมาก็มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2490 เป็นอันสิ้นสุดยุครัฐบาลคณะราษฎรโดยสมบูรณ์

พลโท ผิน ชุณหะวัณ ผู้นำการรัฐประหาร 2490

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น