บทที่ 3 ปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีนกับชาติมหาอํานาจที่นําไปสู่สงคราม ค.ศ.1840-1860

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับชาติมหาอํานาจโดยเฉพาะมหาอํานาจตะวันตกที่เดินทางมาจีน ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16-18 มีจุดมุ่งหมายที่สําคัญคือ การค้าและการเผยแผ่คริสต์ศาสนา เมื่อระยะเวลาผ่านไปได้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีนกับชาติมหาอํานาจขึ้น โดยมีสาเหตุสําคัญอยู่ 2 ประการ คือ ปัญหาความไม่เข้าใจกันในขนบธรรมเนียมประเพณีของกันและกัน และปัญหาความขัดแย้งทางด้านการค้า ปัญหาทั้งสองประการที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลายาวนาน ในท้ายที่สุดได้ก่อเกิดเป็นสงครามขึ้นถึง 2 ครั้ง ในช่วงระหว่างค.ศ.1839-1860 คือ สงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ค.ศ.1839-1842 และ สงครามฝิ่นครั้งที่ 2 ค.ศ.1856-1860

ปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างจีนกับชาติมหาอํานาจ

การติดต่อสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับชาติตะวันตก นับตั้งแต่ชาติตะวันตกเข้ามาติดต่อกับจีนในคริสต์ศตวรรษที่16 ชาติตะวันตกพยายามจะดําเนินการค้ากับจีนในรูปแบบการค้าที่เท่าเทียมกัน แต่มีปัญหาเนื่องจากจีนใช้ระบบ “การค้าในรูปบรรณาการ” จึงขัดกับข้อตกลงในสนธิสัญญาเวสต์เฟเลีย (Treaty of Westphalia, ค.ศ.1648) ที่กล่าวว่าทุกรัฐ (State) ต่างมีฐานะเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นรัฐขนาดใหญ่หรือรัฐขนาดเล็ก ชาติตะวันตกจึงเห็นว่าระบบการค้าของจีนไม่มีความเป็นสากล จึงพยายามเรียกร้องให้จีนทําการปรับปรุงระบบการค้า แต่ทางการจีนเพิกเฉย เพราะจีนจะติดต่อกับต่างชาติดด้วยระบบบรรณาการเท่านั้น จากปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างจีนกับชาติตะวันตกในเรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณี และความขัดแย้งด้านการค้า ท้ายที่สุดจึงเกิดสงครามขึ้นระหว่างจีนกับชาติตะวันตก

ปัญหาความไม่เข้าใจกันในด้านของขนบธรรมเนียมประเพณี

ปัญหาความไม่เข้าใจกันในเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีระหว่างจีนกับชาติมหาอํานาจ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ด้านต่างประเทศที่จีนใช้ในการติดต่อกับอารยชนกลุ่มต่างๆ มาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเกาจู่ แห่งราชวงศ์ฮั่น เป็นความสัมพันธ์ที่ต้องการให้ อารยชนเผ่าต่างๆ ยอมสวามิภักดิ์ต่อจีน ประกอบกับความเชื่อเกี่ยวกับจักรวาลของลัทธิขงจื้อที่เชื่อในเรื่องความสัมพันธ์ที่ลดหลั่น ทําให้ต่อมา “ระบบบรรณาการ” ได้กลายเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่จีนใช้ในการติดต่อกับต่างประเทศโดยตั้งอยู่บนฐานของความไม่เท่าเทียมกัน รวมทั้งต่างชาติต้องยอมปฏิบัติตามรูปแบบพิธีการของจีนที่สําคัญคือ การทํา “โควโถว” ซึ่งหมายถึงการยอมอ่อนน้อมและยอมสวามิภักดิ์ ทําให้จีนเป็นประเทศที่มีฐานะเหนือกว่าประเทศอื่นๆอยู่เสมอ

เมื่อชาติตะวันตกเดินทางมาติดต่อกับจีน จีนยังคงเรียกร้องให้ชาติตะวันตกติดต่อกับตนด้วยระบบบรรณาการ ด้วยเหตุผลที่ว่าจีนไม่ได้ขอร้องให้ชาติตะวันตกมาติดต่อกับตน ดังนั้นหากต้องการติดต่อกับจีน ชาติตะวันตกจะต้องยอมปฏิบัติตามความต้องการของจีน แต่ข้อเรียกร้องของจีน ชาติตะวันตกไม่สามารถยอมรับได้เพราะตั้งอยู่บนเงื่อนไขของความไม่เสมอภาค รัฐบาลอังกฤษพยายามจะแก้ไขระบบความสัมพันธ์แบบบรรณาการเป็นความสัมพันธ์ทางการทูต ในค.ศ. 1793 ซึ่งตรงกับสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลง อังกฤษจึงส่งลอร์ดแมกคาร์ทนี (Lord Macartney) เป็นผู้นํา คณะทูตจากอังกฤษเดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับจีน คณะทูตจากอังกฤษชุดนี้มีความต้องการขออนุญาตทําการค้าที่เมืองหนิงปัว (Ningbo) เทียนจิน (Tianjin) และเมืองอื่นๆในแถบภาคเหนือ รวมทั้งเกาะอีก 2-3 เกาะเพื่ออังกฤษจะใช้เป็นที่เก็บสินค้า สร้างและซ่อมเรือสินค้า รวมทั้งต้องการให้มีการกําหนดอัตราภาษีและค้าธรรมเนียมต่างๆในอัตราที่แน่นอน การติดต่อทางการทูตในครั้งนี้ของลอร์ดแมกคาร์ทนีประสบความล้มเหลว เนื่องจากแมกคาร์ทนีปฏิเสธที่จะทําโควโถวต่อจักรพรรดิ เพราะเห็นว่าการกระทําดังกล่าวทําให้อังกฤษกลายเป็นชาติป่าเถื่อนจริงๆและเป็นการลดพระเกียรติของพระเจ้าจอร์จที่ 3 (George III) ของอังกฤษ ทางการจีนจึงไม่อนุญาตให้แมกคาร์ทนีเข้าเฝ้า หากไม่ยอมปฏิบัติตามธรรมเนียมของจีน ในท้ายที่สุดมีประนีประนอมกัน แมกคาร์ทนีจึงได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิเฉียนหลง แต่การเจรจาทางการทูตในประเด็นสําคัญตามความต้องการของอังกฤษยังคงไม่เป็นผลเนื่องจากทางการจีนปฏิเสธข้อเรียกร้องทั้งหมดของแมกคาร์ทนี แต่อังกฤษไม่ละความพยายามในการติดต่อกับจีน ในค.ศ.1816 อังกฤษได้ส่งลอร์ดแอมเฮิร์ส (Lord Amherst) เป็นหัวหน้าคณะทูตคณะที่ 2 เดินทางมาจีนอีกครั้งหนึ่ง แต่การติดต่อก็มีปัญหาในเรื่องระเบียบพิธีการทูตเหมือนกับคณะทูตของแมกคาร์ทนี เมื่อลอร์ดแอมเฮิร์สไม่ยอมปฏิบัติตามระเบียบพิธีทางการทูตของจีน จักรพรรดิเจียชิ่งก็ทรงกริ้วมาก และออกประกาศห้ามทูตต่างชาติเดินทางมายังเป่ย์จิงอีกต่อไป

ลอร์ดแอมเฮิร์ส (Lord Amherst)

ปัญหาความขัดแย้งด้านการค้า

การค้าระหว่างจีนกับชาติตะวันตกทางทะเลที่เริ่มต้นขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 มีสาเหตุสําคัญมาจากความต้องการสินค้าจากจีนของชาติตะวันตก โดยชาติตะวันตกที่สําคัญที่เดินทางมาติดต่อการค้ากับจีน คือ โปรตุเกส

โปรตุเกส เป็นชาติแรกที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายกับจีน ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 เนื่องจากโปรตุเกสเป็นชาติที่มีความสามารถในการเดินเรือ แต่ความสัมพันธ์ทางการค้าก็มีปัญหาจากการไมเข้าใจกันในเรื่องระบบบรรณาการ โปรตุเกสจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ทําการค้าที่เมืองกว่างโจว แต่ได้รับอนุญาตจากจีนให้ไปตั้งศูนย์กลางการค้าที่เมืองมาเก๊า

ฮอลันดา ได้เดินทางมาติดต่อทางการค้ากับจีนในคริสต์ศตวรรษที่ 17 จุดมุ่งหมายของพ่อค้าชาวฮอลันดาต้องการเดินทางมายังภูมิภาคเอเชียเพื่อทําการค้าเครื่องเทศแข่งขันกับโปรตุเกส แต่ต่อมาความต้องการเครื่องเทศจากหมู่เกาะโมลุกกะ (หมู่เกาะเครื่องเทศ) ของชาวยุโรปลดลง บทบาทของฮอลันดาในการทําการค้ากับจีนจึงลงความสําคัญลงไปด้วย

อังกฤษ การค้าระหว่างจีนและอังกฤษเริ่มต้นขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 และในคริสต์ศตวรรษที่ 18 บทบาทด้านการค้าของอังกฤษในจีนได้ทวีความสําคัญยิ่งขึ้น เมื่ออังกฤษโดยบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ (The British East India Company) ได้กลายเป็นบริษัทการค้าของชาวต่างชาติที่มีบทบาทและมีปริมาณการค้ากับจีนที่เมืองกว่างตงมากที่สุด แม้ว่าพ่อค้าอังกฤษจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าแต่ประการใดจากทางการจีน การค้าระหว่างจีนกับอังกฤษได้สร้างกําไรให้กับจีนเป็นจํานวนมาก เนื่องจากจีนมีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองไม่มีความต้องการสินค้าจากตะวันตก แต่ชาติตะวันตกกลับต้องการสินค้าจากจีนเป็นอันมากโดยเฉพาะใบชาที่ได้กลายเป็นเครื่องดื่มประจําชาติของอังกฤษ การค้าจึงสร้างความร่ำรวยให้แก่จีนแต่กลับสร้างภาวะการขาดดุลการค้าให้กับอังกฤษเป็นอันมาก

ปัญหาการค้าระหว่างจีนกับชาติตะวันตกที่สร้างความไม่พอใจให้กับชาติตะวันตก นอกเหนือจากความไม่เข้าใจกันในเรื่องพิธีการทูตก็คือ ความขัดแย้งในเรื่องการค้าโดยเฉพาะ “ระบบการค้าที่เมืองกว่างตง” (ระบบการค้าที่เมืองกว่างโจว) ที่กําหนดขึ้นโดยรัฐบาลจีน ระบบดังกล่าวเป็นการค้าแบบผูกขาดที่กําหนดให้ชาวต่างชาติต้องทําการค้ากับพ่อค้าที่ได้รับอนุญาตจากรัฐเท่านั้น และระบบยังได้เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถทุจริตได้ ด้วยการเรียกเก็บผลประโยชน์จากพ่อค้าหองรวมทั้งสามารถขูดรีดภาษีจากชาวต่างชาติ ปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างจีนกับชาติตะวันตก ในเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีและปัญหาในเรื่องการค้าที่สั่งสมมาเป็นเวลานานได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างจีนและชาติมหาอํานาจจนทําให้เกิดสงครามระหว่างจีนกับชาติมหาอํานาจขึ้นในค.ศ.1839 โดยมีฝิ่นเป็นชนวนในการเกิดสงคราม

จอร์จ อัลวาเรซ (Jorge Álvares) นักเดินทางชาวโปรตุเกส ชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางมาถึงจีน

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น